6 เช็คลิสต์ ข้อเข่าเสื่อม

โรคข้อเข่าเสื่อม ในผู้สูงอายุตั้งแต่ 40-50 ปีขึ้นไปเป็นโรคที่พบได้บ่อยครั้ง ทั้งแบบรุนแรงและไม่รุนแรง นอกจากนี้ อาการข้อเข้าเสื่อมยังพบได้ในทุกเพศทุกวัย ผู้ที่มีอาการข้อเข่าเสื่อมหากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการรักษาอาจจะส่งให้มีอาการรุนแรงขึ้น ส่งผลให้ใช้ชีวิตประจำวัน
สาเหตุของอาการข้อเข่าเสื่อม
- ปัจจัยด้านกรรมพันธุ์
- โรคประจำตัวหรือความผิดปกติทางกรรมพันธุ์ เช่น SLE รูมาตอยด์ เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการข้อเข่าเสื่อม
- ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมากจากกรรมพันธุ์ ข้อเข่ารับน้ำหนักมากขึ้น ส่งผลให้เป็นโรคข้อเข่าเสื่อมเช่นกัน
- ความบกพร่องในส่วนประกอบของข้อ เช่น กล้ามเนื้อต้นขาอ่อนแรง ข้อต่อหลวม
- ปัจจัยเรื่องเพศ สตรีในวัย 40-50 ปี ขึ้นไป จะมีปัญหาข้อเข่าเสื่อมจากปัจจัยด้านฮอร์โมน กระดูก และกล้ามเนื้อ
- ปัจจัยด้านพฤติกรรม
- น้ำหนักตัวที่ไม่เหมาะสม จะทำให้ข้อต่อรับน้ำหนักมากขึ้น
- อุบัติเหตุบริเวณข้อเข่า จากการเล่นกีฬาหรืออื่นๆ เช่น หมอนรองกระดูกฉีกขาด
- พฤติกรรมที่ส่งผลให้มีแรงกดที่ข้อเข่ามากกว่าเดิม เช่น การนั่งคุกเข่า การขึ้นลงบันไดบ่อยๆ การนั่งขัดสมาธิ หรือการนั่งงอเข่านานๆ
- การที่โครงสร้างพยุงข้อเข่า เช่น กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น เสื่อมสภาพจากกิจกรรมหรือท่าทางการใช้งานที่ไม่เหมาะสม เช่น บริหารร่างกายผิดท่า
ระยะของโรคข้อเข่าเสื่อม
- ข้อเข่าเสื่อมระยะเริ่มต้น
เริ่มสูญเสียกระดูกอ่อน ปวดเข่าบางเวลา เช่น ลุกขึ้นยืน หรือขึ้นลงบันไดแต่ยังใช้ชีวิตประจำวันได้
- ข้อเข่าเสื่อมระยะเล็กน้อย
กระดูกอ่อนผิวข้อเข่าสึกกร่อน ปวดมากขึ้น เช่น เข่ามีเสียง ข้อติดขัด ขาเริ่มโก่งผิดรูป
- ข้อเข่าเสื่อมระยะปานกลาง
มีอาการปวดมาก กระดูกข้อเข่าเสียดสี ข้อเข่าอักเสบ เข่าบวม เข่าโก่งผิดรูปมากขึ้น เดินไม่คล่องตัว ลุกยืนลำบาก
- ข้อเข่าเส่อมระยะรุนแรง
กระดูกอ่อนผิวข้อเข่าสึกกร่อนเกิน 60% ข้อเข่าเสียสภาพ น้ำในข้อเข่าลดลง กระดูกข้อเข่าติดขัดลงน้ำหนักไม่ได้
เช็คลิสต์ 6 อาการข้อเข่าเสื่อมที่พบบ่อย1. ข้อเข่าตึงฝืดกว่าปกติ
ข้อเข่าฝืดตึงมักมีอาการฝืดตึง เข่าติด เคลื่อนไหวลำบากในตอนเช้าหลังตื่นนอนน้อยกว่าหรือเท่ากับครึ่งชั่วโมงหรือไม่ หากมีอาการข้อเข่าฝืดตึงจะไม่สามารถยืดหรืองอเข่าได้จนสุด มีอาการฝืดตึงหรือรู้สึกว่าข้อต่อขาดความยืดหยุ่น
2. มีเสียงดังในข้อเวลาเคลื่อนไหว
2. มีเสียงดังในข้อเวลาเคลื่อนไหว
เมื่อขยับข้อแล้วหัวเข่ามีเสียงเกิดเสียงก๊อกแก๊ก และมีอาการปวดร่วมด้วย เช่น มีเสียงก๊อกแก๊กที่ข้อเข่าและปวดเข่าเมื่อวิ่ง กระโดด หรือขึ้นลงบันได หรือเมื่อนั่งยองแล้วไม่มีแรง ทรงตัวไม่ได้ อาการข้อเข่าเสื่อมนี้เกิดจากการที่มีน้ำหล่อเลี้ยงในข้อเข่าไม่เพียงพอ หรือกระดูกข้อเข่าสึกกร่อน
3. ข้อเข่าบว หรืออักเสบ
3. ข้อเข่าบว หรืออักเสบ
ข้อเข่าบวมผิดปกติเกิดขึ้นเมื่ออาการข้อเข่าเสื่อมเข้าสู่ระยะกลางไปแล้ว เมื่อสัมผัสจะรู้สึกได้ว่าเข่าอุ่น เนื่องมาจากการอักเสบที่เกิดขึ้นภายในข้อเข่า เมื่อกระดูกอ่อนสึก บางลง จากภาวะข้อเข่าเสื่อม จะทำให้มีการสร้างน้ำในเข้ามากขึ้นกว่าปกติ ทำให้เข่าบวม มีอาการข้อเข่าอักเสบ
4. ข้อเข่าโก่งงอผิดรูป
4. ข้อเข่าโก่งงอผิดรูป
ข้อเข่าผิดรูปไปจากเดิมจะมีอาการปวดมาก นับเป็นอาการข้อเข่าเสื่อมระยะรุนแรง ข้อเข่าผิดรูป คือ มีลักษณะเข่าโก่ง เข่าแอ่น หรือเข่าชนกัน ข้อเข่าหลวมมากขึ้น ทำให้เกิดความมั่นมั่นคงระหว่างการเดิน การยืน เดินลำบาก หกล้มง่าย
5. อาการปวดหัวเข่าเรื้อรัง
5. อาการปวดหัวเข่าเรื้อรัง
สาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการปวดหัวเข่าเรื้อรังคือ โรคข้อเข่าอักเสบ เกิดจากการที่ปุ่มกระดูกงอกบริเวณข้อต่อและไปเสียดสีทำลายกระดูกอ่อนผิวข้อ ทำให้มีอาการปวดหัวเข่าอักเสบต่อเนื่องเป็นเวลานาน รู้สึกเจ็บอยู่เสมอแม้ในตอนที่ไม่ได้ใช้ข้อเข่า เช่น ตอนนอน ตอนนั่งพัก
6. มีจุดกดเจ็บบริเวณข้อเข่า
6. มีจุดกดเจ็บบริเวณข้อเข่า
เมื่อกดไปในบริเวณข้อเข่าแล้วมีจุดที่เกิดอาการเจ็บขึ้นมา ก็เป็นอีกหนึ่งอาการข้อเข่าเสื่อมเช่นกัน
อาการข้อเข่าเสื่อมที่ควรพบแพทย์
หากมีอาการข้อเข่าเสื่อมดังที่กล่าวไปข้างต้น ได้แก่ ปวดหัวเข่าเรื้อรัง ข้อเข่าตึงกว่าปกติ เข่ามีเสียงก๊อกแก๊ก มีจุดเจ็บบริเวณเข่า ข้อเข่าผิดรูป หรือ บวมผิดปกติ แม้ข้อใดข้อหนึ่ง หากมีอาการแม้จะเป็นๆ หายๆ โดยที่เป็นติดต่อกันเกินกว่า 6 เดือน รับประทานยาแก้ปวดแล้วอาการข้อเข่าเสื่อมยังไม่ดีขึ้น ควรรีบพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกและข้อเพื่อทำการวินิจฉัยและรักษาก่อนมีอาการที่รุนแรงกว่าเดิม
วิธีรักษาอาการข้อเข่าเสื่อม
- ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น หลีกเลี่ยงการยกของหนัก เลี่ยงการยืนหรือนั่งท่าเดียวเป็นเวลานานลดน้ำหนัก หรือออกกำลังกาย เพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อรอบต้นขาและกล้ามเนื้อรอบข้อเข่า การมีกล้ามเนื้อต้นขาและรอบข้อเข่าแข็งแรงจะช่วงพยุงข้อเข่า ทำให้ข้อเข่าไม่ต้องรับน้ำหนักมากเกินไป
- รักษาข้อเข่าเสื่อมโดยการใช้ยา
การรักษาด้วยยาสามารถลดอาการปวดข้อเข่าในชีวิตประจำวันของผู้ป่วยได้ โดยแบ่งออกเป็นการรักษาด้วยยาแบบรับประทาน และการรักษาด้วยยาแบบการฉีด
- การทำกายภาพบำบัด
เพื่อบรรเทาอาการข้อเข่าเสื่อมของผู้ป่วย และช่วยลดอาการปวด ทำได้หลากหลายวิธี เช่น อัลตราซาวด์ เพื่อให้ความร้อนลึก ช่วยเร่งกระบวนการซ่อมแซม ลดความตึงเครียดของกล้ามเนื้อและเพิ่มการไหลเวียนโลหิต
- รักษาข้อเข่าเสื่อมทางชีวภาพ
การรักษาทางชีวภาพ หรือ Biology Therapy เป็นการรักษาอาการผิดปกติดของกระดูกอ่อนและน้ำเลี้ยงข้อเข่า โดยฉีดน้ำเลี้ยงข้อเข่า (Hyaluronic acid) เข้าไปบรรเทาอาการปวดและฝืดตึงของข้อเข่า
- ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า
การผ่าตัดข้อเข่าเสื่อม เปลี่ยนข้อเข่าเทียม หรือ Arthroplasty เป็นอีกหนึ่งวีธีการรักษาที่จะช่วยลดอาการปวด เพิ่มการเคลื่อนไหว-องข้อเข่า ทำให้ผู้ป่วยที่เลือกผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติ
การดูแลตัวเองสำหรับผู้ที่มีอาการข้อเข่าเสื่อม
การดูแลตัวเองสำหรับผู้ที่มีอาการข้อเข่าเสื่อม ข้อเข่าเสื่อมรักษาหายได้ด้วยตนเอง
- บริหารกล้ามเนื้อรอบข้อเข่าอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ข้อแข็งแรง ลดแรงกระทบต่อข้อเข่า
- ใช้สนับเข่าให้ข้อเข่ากระชับ ลดอาการปวด แต่ควรใช้ร่วมกับการบริหารข้ออย่างสม่ำเสมอ
- ใช้ไม้เท้าหรือร่ม ช่วยพยุงตัว ลดแรงกระทำต่อข้อเข่า เพิ่มความมั่นคงในการยืน
- ปรับเปลี่ยนอิริยาบทต่างๆ ในชีวิตประจำวันให้เหมาะสม หลีกเลี่ยงท่าทางที่ทำให้เกิดอาการข้อเข่าเสื่อมมากขึ้น เช่น การนั่งยองๆ นั่งพับเพียบ
- ออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนักตัว เพื่อลดแรงกระแทกต่อเข่า เนื่องจากเวลาเดินหรือยืน ข้อเข่าต้องรับน้ำหนัก 3-4 เท่าของน้ำหนักตัว
- ใช้ความร้อนหรือความเย็นประคบเพื่อบรรเทาอาการปวดข้อ ความร้อนช่วยลดการติดขัดภายในข้อ ความเย็นช่วยลดการเกร็งตัวและอักเสบของกล้ามเนื้อ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือต้องการนัดหมายแพทย์ เพื่อทำการปรึกษา
โทร. 0-2109-1111 , 0-2109-2222


