Bangpakok Hospital

มะเร็งตับ ไม่ใช่เรื่องไกลตัว

17 ก.ย. 2569


มะเร็งตับ (
Hepatocellular Carcinoma) 
จัดเป็นมะเร็งที่พบเป็นอันดับต้น ๆ ถือเป็นภัยร้ายที่คร่าชีวิตคนไทยไปไม่น้อยในแต่ละปี ซึ่งในระยะแรก อาจไม่มีอาการใด แต่พบโดยบังเอิญจากการตรวจสุขภาพประจำปี ไปจนถึงอาการปวดจุกแน่นท้อง คลำได้ก้อนบริเวณชายโครงด้านขวา
โรคมะเร็งตับ เกิดจากสาเหตุใดได้บ้าง
เซลล์ปกติในร่างกายจะมีกระบวนการควบคุมการเจริญเติบโตของเซลล์อยู่ แต่สำหรับเซลล์กลายพันธุ์จะสูญเสียการควบคุมในส่วนนี้ จึงมีการแบ่งตัวเพิ่มจำนวนอย่างผิดปกติ จนก่อตัวเป็นก้อนเนื้อร้าย และสามารถลุกลามหรือแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นได้ 
ปัจจัยเสี่ยงโรคมะเร็งตับ
  • ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ปริมาณมากติดต่อกันหลายปี
  • ไวรัสตับอักเสบบี ทำให้เกิดการอักเสบของเซลล์ตับ
  • ไวรัสตับอักเสบซี คล้ายไวรัสตับอักเสบบี สามารถติดต่อทางเลือดและสารคัดหลั่งได้
  • ภาวะไขมันพอกตับ มักพบในผู้ที่เป็นโรคอ้วนและโรคเบาหวาน
  •  อาหารที่มีเชื้อราอะฟลาท็อกซิน เช่น ถั่วเหลือง ถั่วลิสง มันสำปะหลัง
อาการของโรคมะเร็งตับ
  • เท้าบวม
  • น้ำหนักลดอย่างรวดเร็ว
  • ปวดท้อง
  • ท้องมาน
  • คลำเจอก้อนแข็งบริเวณท้องส่วนบน
  • ตาเหลืองตัวเหลือง
โรคมะเร็งตับ มี 4 ระยะดังนี้
  • ระยะต้น
สามารถรักษาให้หายขาดได้ ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดโดยศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านตับและทางเดินน้ำดี (HPB surgeons) หรือจะเป็นการจี้ก้อนด้วยเข็มความร้อน
  • ระยะกลาง
มีการรักษาด้วยการให้ยาเคมีบำบัดเฉพาะจุด โดยจะฉีดยาผ่านสายสวนหลอดเลือดแดงเข้าไปบริเวณก้อนมะเร็งโดยตรง ทำให้ได้ยาที่ความเข้มข้นสูงเฉพาะบริเวณก้อนมะเร็ง แต่มีผลต่อร่างกายส่วนอื่นน้อยมาก แผลเล็ก ฟื้นตัวไว
  • ระยะลุกลาม
จะให้การรักษาด้วยยามุ่งเป้า (Targeted therapy) ยาภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy) และยาเคมีบำบัด (Chemotherapy) ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดโดยอายุรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคมะเร็ง
  • ระยะสุดท้าย
แม้จะไม่สามารถรักษาให้หายขาด แต่เรามีการดูแลรักษาแบบประคับประคองโดยทีมสหสาขาวิชาชีพนำโดยแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว เพื่อให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดในวาระสุดท้ายของชีวิต
ใครบ้างที่เสี่ยงโรคมะเร็งตับ
  • ผู้ที่มีญาติเป็นโรคตับ หรือ ญาติเป็นมะเร็งตับในครอบครัว
  • ผู้ที่เป็นไวรัสตับอักเสบบี และซีเรื้อรัง (Chronic Hepatitis B, Chronic Hepatitis C)
  • ผู้ที่เป็นโรคเหล็กเกิน เหล็กคั่งในตับ (Hemochromatosis)
  • ผู้ที่มีความผิดปกติทางกรรมพันธุ์ชนิด Tyrosinemia
  • ผู้ที่เป็นโรคตับแข็ง
  • ผู้ที่ได้รับสาร Aflatoxin จากเชื้อรา ซึ่งมักพบในถั่วบดทิ้งค้าง หรือพริกป่นเก่า
  • ผู้ที่มีภาวะตับอักเสบจากไขมันพอกตับ
การป้องกันโรคมะเร็งตับ
  1. หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
  2. ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบบี
  3. หลีกเลี่ยงอาหารที่อาจมีเชื้อราปนเปื้อน
โรคมะเร็งตับ รู้ทันก่อนมีโอกาสหายขาด
มะเร็งตับเป็นหนึ่งในโรคมะเร็งที่พบได้บ่อย และมีโอกาสเสียชีวิตสูง เพราะส่วนใหญ่ตรวจพบเมื่อโรคอยู่ในระยะลุกลามแล้ว อย่างไรก็ตาม การดูแลสุขอนามัยที่ดี การตรวจสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอ ร่วมกับการฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี สามารถช่วยลดความเสี่ยงโรคมะเร็งตับได้ หากตรวจพบตั้งแต่ระยะแรก ๆ และได้รับการรักษาทันท่วงที
 
ขอขอบคุณข้อมูล : มหาวิทยาลัยมหิดล
 
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือต้องการนัดหมายแพทย์ เพื่อทำการปรึกษา
โทร. 0-2109-1111 , 0-2109-2222
Go to top
Copyright © 2015 Bangpakok Hospital All rights reserved.